ฮัลโหล!…..ไถนา….U!

ทำนาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของผู้เขียนที่ทำให้รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ทำงานเหนื่อยๆ แล้วไปเดินผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายตามคูนา ให้ลมเย็นๆพัดกระแทกหน้าแรงๆ ฟังเสียงลมพัดใบข้าว มันช่างสดชื่นยิ่งนัก  ถ้านึกไม่ออกว่าอารมณ์ประมาณไหน ลองจินตนาการเวลาไปยืนอยู่บนเขาใหญ่แล้วมีลมพัดมาในตอนเช้าหรือตอนเย็น อารมณ์ของผู้เขียนจะคล้ายๆอย่างนั้น มันรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก  ตัวผู้เขียนเองมีความผูกพันกับการทำนาเป็นอย่างมาก เพราะเกิดมาพ่อแม่ก็พาไปเหยียบโคลนตมตั้งแต่ยังเด็ก สมัยเรียนประถมนั้นก่อนจะไปโรงเรียนต้องตื่นแต่ตีห้า เพื่อจูงควายไปเลี้ยงก่อน ค่อยมาอาบน้ำกินข้าวแต่งตัวไปโรงเรียน ตามประสาเด็กบ้านนอก สมัยนั้น windows 7 ยังไม่มี windows me  ยังไม่เกิด  เต็มที่ก็  Windows 95   แต่ยังไม่เคยจับคอมเลยจนกระทั่งจบ ป.6  ถ้าใครเรียนรุ่นราวคราวเดียวกับผมคงจะรู้จัก  มานี มานะ วีระ ปิติ ชูใจ กันเป็นอย่างดี   และกิจกรรมของเด็กๆสมัยนั้น เป็นอะไรที่สนุกมาก  เป่ายาง ดีดเม็ดมะขาม  มอญซ่อนผ้า กระโดดยาง  ฯลฯ  ถ้าชอบสาวสักคนเต็มที่ก็เขียนจดหมายน้อยฝากเพื่อนไป พูดไปก็อิจฉาเด็กสมัยนี้เนาะ  ได้คุยได้เห็นหน้ากันโดยที่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคเลย.

กิจวัตรประจำวันยามเย็น

หลังจากอพยพ เฮ้ย…ไม่ใช่… หลังจากย้ายกลับมาอยู่บ้าน ผมก็ได้ลูกหมาน้อยตัวนึงมาเลี้ยง จนถึงเวลานี้ก็โตมากแล้วอายุประมาณ 9 เดือน ทุกๆเย็นถ้าว่างจากงาน ผมก็จะพา Ben ออกไปเดินเล่น วิ่งเล่นเป็นประจำและสิ่งทีี่พกติดตัวไปด้วยเสมอก็คือกล้องคู่ใจ ที่เอาไว้ถ่ายโ่น่น นี่ นั่น ไปเรื่อยๆ ถ่ายพระอาทิตย์ตกดิน ต้นไม้ ใบหญ้า ถ้าภาพไหนพอจะไปวัดไปวาได้ ก็จะจัดเตรียมเอาไว้ให้ Stockphoto พิจารณาอีกที ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการหาเงินออนไลน์ แต่ฝีมือยังไม่เข้าขั้น เลยไม่ค่อยได้รับอนุมัติเท่าไหร่ ฮาๆ … ช่วงนี้ต้นกล้าที่เตรียมไว้ก็ยาวมากแล้ว พร้อมที่ลงปักดำ บางแปลงถูกถอนไปดำก่อนแล้ว ถอนกล้ากับดำนา ถามว่าเหนื่อยมั้ย ตอบได้ทันทีว่า โคตรเหนื่อยเลยล่ะ  ปีหน้าสงสัยต้องจัดหารถดำนาซะแล้ว เพราะคนงานเริ่มหายากขึ้นทุกที  จากวีดีโอด้านบนเป็นการถ่ายทำเมื่อวันที่  30 มิ.ย. 54  ฝนตกหยุดใหม่ๆเลย ธรรมชาติและระบบนิเวศน์ยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง เพื่อนๆได้ยินเสียงสัตว์ร้องมั้ยครับ  ตอนเย็นๆได้ยินเสียงแบบนี้เมื่อเทียบกับเสียงรถยนต์แบบไหนเพราะกว่ากัน?   อยู่ในบรรยากาศอันเย็นสบายแล้วปล่อยสมองให้ผ่อนคลายและโลดแล่นไปในสิ่งที่มันอยากจะเป็น

เวลาและความสำเร็จ?

ในสภาวะการทำงานที่มีแต่ความสุขและสนุกกับการทำงาน ดูเหมือนว่าเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วซะเหลือเกิน บางครั้งผู้เขียนยังแอบนึกอยากจะหยุดเวลาไว้ซะให้ได้ แต่ในความเป็นจริงมันหยุดไม่ได้หรอก นอกจากจะหยุดตรงนี้ที่เธอ ฮะ ฮ่า..  หลายเดือนที่ผ่าน ทางผู้เขียนก็ได้หยุดอัพเดทบล็อกซะยาวนานเลย คล้ายกับว่าบล็อกจะร้างไปซะอย่างนั้น  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้สังเกตเห็นคือ มีทราฟฟิกเข้ามาจะ Google ไม่ขาดสาย ด้วยคีย์เวิร์ดเดิมๆ ซ้ำๆ แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เขาเหล่านั้นกำลังเผชิญ บนโลกออนไลน์มีบางคนประสบความสำเร็จ บางคนยังไม่ประสบความสำเร็จ มีนักการตลาดออนไลน์หน้าใหม่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังมีนักการตลาดออนไลน์หน้าเก่ายังวิ่งอยู่กับที่หรือเกือบๆจะถอยหลังด้วยซ้ำในบางคน  เท่าที่ผู้เขียนสังเกตและวิเคราะห์ดู สาเหตุที่เขาเหล่านั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ น่าจะมาจาก การขาดความแน่วแน่ในการทำงาน ขาดเป้าหมายและวิธีการที่สอดคล้องกัน เช่น อยากได้เดือนละ $10,000  แต่ทำงานไม่เคยเกินวันละ  2  ซม. ขาดความรู้ความเข้าในในงานที่ทำ แต่ทำเพราะว่าเห็นคนอื่นได้เยอะเลยอยากทำบ้าง เป็นต้น  ประเด็นที่ 2  นักการตลาดออนไลน์บางคน อาจะมีเวลาในกิจกรรมตรงนี้น้อยเกินไปทำให้ขาดความต่อเนื่องในการทำงาน ความเหน็ดเหนื่อยจากงานประจำและความเครียดจากงานทำให้เกิดความท้อแท้ได้ง่าย เมื่อผลลัพธ์ไม่ได้อย่างที่หวังในเวลาอันรวดเร็ว

Monthly report for Amazon.com Associate ID

เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกๆ 1-2 วันก่อนสิ้นเดือน เหล่าบรรดาสาวก Amazon Associate จะได้รับอีเมล์ที่มีหัวข้อว่า  Monthly report for Amazon.com Associate ID XXX-20 กันทุกคน   ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่นับวันรออีเมล์ฉบับนี้ เป็นสัญญาณแจ้งเตือนจากอเมซอนว่า ได้ส่งค่าแรงไปให้แล้วนะ ผมคิดว่าทุกคนที่ได้รับเมล์ฉบับน่าจะมีอาการเหมือนๆกัน นั่นก็คือ ม่านตาขยาย หัวใจเต้นแรง มือไม้สั่น ปากยิ้มไม่หยุด และผลข้างเคียงจากอีเมล์ฉบับนี้จะส่งผลให้ไม่อยากอยู่กับบ้าน อยากไปในที่ๆอยากไป (ไม่ใช่ที่ชอบที่ชอบนะครับ) อยากไปซื้อของที่อยากได้ โน่น นี่ นั่น… วันนี้ตั้งใจจะเขียนบทความเรื่อง SEO ที่ต่อเนื่องจากเมื่อวานให้จบตอน แต่ต้องชงักลงชั่วขณะเพราะอีเมล์ฉบับดังกล่าว ก็เลยต้องยกยอดไว้ออกอากาศตอนเย็นๆ  เพราะวันนี้ต้องออกไปดูหนังซะแล้ว หนังเรื่องที่ว่านั้นก็คือวอลสตรีท เงินอำมหิต (Wall Street 2 : Money Never Sleeps) เป็นหนังที่ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากดูมากๆ เพราะช่วงนี้กำลังศึกษาเรื่องหุ้น บ้าหุ้นแบบเข้าขั้นหมดเงินไปกับค่าหนัังสือพันกว่าบาทแล้ว ทำให้พลาดดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ก็ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ พี่ๆ ได้รับการโอนจากอเมซอนทุกท่านนะครับ ขอให้ใช้เงินที่ได้มาอย่างระมัดระวังและคุ้มค่ากับตัวเองมากที่สุด [...]

Mini Reviews New Macbook Pro 13″

หลังจากไปลูปๆ คลำๆ เจ้า Macbook Pro อยู่หลายครั้งจนเซลล์จำหน้าได้  โดนแซวว่า “พี่ไม่คิดจะซื้อบ้างหรอ เห็นมาหลายครั้งแล้วนะ”  ผมเงยหน้ามองเซลล์ แล้วยิ้มแบบแหยๆ ออกอาการเขินนิดๆ (ท่านผู้อ่านพอจะนึกภาพออกนะครับ)  ถึงกระนั้นผมยังพยายามออกมาจากร้านอย่างได้อย่างไม่เสียฟอร์มมาก และพูดกับเซลล์ด้วยประโยคหากินว่า “เดี๋ยวผมจะกลับมาดูใหม่อีกทีนะครับ” (จริงแล้วๆ เค้าไม่มีตังค์จะซื้อน่ะ ตะเอง…) เซลล์มองหน้าและยิ้ม ผมก็กลับหลังหันเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว….ฟิ้ว…. เมื่อวันเสาร์ ที่ 18 กันยายน  2553 ที่ผ่านมาผมก็มีโอกาสได้แวะไปที่ร้านขาย Mac อีกครั้ง  เดินเข้าไปลูปๆคลำๆ เปิดนู่น นี่ นั่น ไม่ถึง  2 นาที ก็มีพนักงานเข้ามาแนะนำ Application  ที่น่าสนใจให้ดู ผมก็ตั้งใจฟังอย่างดี ครับๆ อ๋อๆ ไปตามมารยาท (แต่จริงๆน่ะ ชั้นศึกษามาหมดแล้วย่ะ)  เผอิญพนักงานน่ารักเลยต้องตีบทแตกนิดนึง สุดท้ายผมไปไม่รอดแพ้เซลล์น่ารักทุกทีสิน่า เลยต้องหาเหตุผลต่างๆนาๆ เข้าข้างตัวเองสุดๆที่จะซื้อให้ได้  อืม… โน้ตบุีคที่บ้านก็เก่าแล้วใช้มาก็สี่ห้าปีการ์ดจอก็พัง ซีดีก็ไม่อ่าน หน้าจอก็เริ่มมัว แบตก็เสื่อม ตังค์เก็บก็พอมีบ้างแล้ว [...]

Referral Rate หายไปไหน?

ระหว่างที่เล่นเน็ตรอเวลาออกไปวิ่ง ผมก็นึกหัวข้อบทความออกว่าจะเขียนบล็อกเรื่องอะไรดี ประจวบเหมาะกับมีคนสงสัยว่า คำว่า Referral Rate fee หายไปไหนจากยอดที่ผมโชว์เมื่อวานและก็อาจจะมีท่านผู้อ่านบางท่านคาราคาซังว่า เอ..ยอดตัวนี้มันของจริงหรือของปลอมน้า…  ก็ขอธิบายเรื่องของ Referral Rate ตรงนี้ให้เข้าใจกันก่อนนะครับว่า กรณีที่เรามีียอดขายเกิน  3131 ชิ้น ขึ้นไปและส่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าค่าตรงนี้มันจะหายไปเองอัตโนมัติ เพราะมันเป็นค่าสูงสุดแล้ว ถึงแม้คุณจะขายได้เยอะกว่านี้ ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นแค่ 5.8% เฮ้ย ไม่ใช่!… มันต้องเป็น 8.5%  เท่านั้น   แล้วเจ้ารูปนี้มันของจริงหรือเปล่าหว่า…ฮ่าๆ ผมไม่่ขอตอบก็แล้วกัน เพราะใกล้จะได้เวลาไปวิ่งแล้ว ให้เพื่อนๆช่วยตอบแทนด้านล่างก็แล้วกันนะครับ…ซะแว๊บ.

คุณพ่อสอนทำธุรกิจแบบพอเพียง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมก็มีเรื่องเล่าเล็กๆน้อยๆ จากคุณพ่อที่สอนผมให้รู้จักแนวคิดของการทำธุรกิจแบบยั่งยืน คุณพ่อเกิดเป็นลูกชาวนาที่ยากจนคนนึงซึ่งก็คือคุณปู่นั่นเอง คุณปู่เกิดมาในยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ท่านยังเด็กนั้นเวลากลางคืนพ่อกับแม่จะต้องอุ้มคุณปู่พากันออกไปหลบตามท้องนาเพราะสมัยนั้นเครื่องบินจะมาิทิ้งระเบิดตามบ้านเรือนประชาชนแถวๆ อำเภอ ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป้าหมายของเครื่องบินก็คือ พระธาตุพนม นั่นเอง คุณปู่ได้รับมรดกมาเพียงผืนนา 1 แปลงเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงดูลูกๆอีก 9 คน ซึ่งคุณพ่อเป็นลูกคนที่สองของคุณปู่ พ่อมีอาชีพทำนาเป็นหลักเมื่อสมัยที่ผมยังเด็ก และเริ่มหันมาทำการค้าขายตอนที่ผมเริ่มเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาโดยการขายของชำและขายกับข้าวในตอนเช้าและพ่วงด้วยการขายก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 1 บาทให้กับนักเรียนประถมในสมัยนั้นและขายปิ้งไก่ไม้ละ 2 บาท และที่เด็ดสุดก็ส้มตำถุงละ 2 บาทเช่นกัน ผมยังจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดีเพราะผมเป็นลูกมือคือช่วยล้างถ้วยอีกแรง สมัยนั้นต้นทุนแต่ละอย่างค่อนข้างถูกมากๆ น้ำมันลิตรละ 8 บาท และวัตถุดิบอื่นๆก็ถูกเช่นกันในช่วงนั้นพ่อเป็นเจ้าแรกๆในการเปิดร้านขายของชำและกับข้าว ทุกๆเช้าชาวบ้านจะวิ่งปลี่มาที่บ้านผมทันทีเพื่อซื้อกับข้าว ถ้าวันไหนพ่อปิดร้านหรือไม่ได้ไปจ่ายตลาดชาวบ้านก็เซ็งไปตามๆกัน