
ทำนาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของผู้เขียนที่ทำให้รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ทำงานเหนื่อยๆ แล้วไปเดินผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายตามคูนา ให้ลมเย็นๆพัดกระแทกหน้าแรงๆ ฟังเสียงลมพัดใบข้าว มันช่างสดชื่นยิ่งนัก ถ้านึกไม่ออกว่าอารมณ์ประมาณไหน ลองจินตนาการเวลาไปยืนอยู่บนเขาใหญ่แล้วมีลมพัดมาในตอนเช้าหรือตอนเย็น อารมณ์ของผู้เขียนจะคล้ายๆอย่างนั้น มันรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก ตัวผู้เขียนเองมีความผูกพันกับการทำนาเป็นอย่างมาก เพราะเกิดมาพ่อแม่ก็พาไปเหยียบโคลนตมตั้งแต่ยังเด็ก สมัยเรียนประถมนั้นก่อนจะไปโรงเรียนต้องตื่นแต่ตีห้า เพื่อจูงควายไปเลี้ยงก่อน ค่อยมาอาบน้ำกินข้าวแต่งตัวไปโรงเรียน ตามประสาเด็กบ้านนอก สมัยนั้น windows 7 ยังไม่มี windows me ยังไม่เกิด เต็มที่ก็ Windows 95 แต่ยังไม่เคยจับคอมเลยจนกระทั่งจบ ป.6 ถ้าใครเรียนรุ่นราวคราวเดียวกับผมคงจะรู้จัก มานี มานะ วีระ ปิติ ชูใจ กันเป็นอย่างดี และกิจกรรมของเด็กๆสมัยนั้น เป็นอะไรที่สนุกมาก เป่ายาง ดีดเม็ดมะขาม มอญซ่อนผ้า กระโดดยาง ฯลฯ ถ้าชอบสาวสักคนเต็มที่ก็เขียนจดหมายน้อยฝากเพื่อนไป พูดไปก็อิจฉาเด็กสมัยนี้เนาะ ได้คุยได้เห็นหน้ากันโดยที่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคเลย.
ย้อนกลับมาเรื่องทำนา ผู้เขียนเองก็แปลกใจว่าทำไมถึงเรียกว่าทำนา ในเมื่อผลลัพธ์ของมันคือข้าว จริงๆถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่าปลูกข้าว จริงมั้ย? แต่สมัยเรียนนั้นคุณครูก็บอกว่า อาชีพเกษตรกรรม มี 3 อย่าง คือ ทำนา ทำสวน ทำไร่ แปลกดี! ทำไมคนทำนาจึงไม่รวยสักที ถามว่าอาชีพทำนามีโอกาสรวยมั้ย? ผู้เขียนกล้ายืนยันว่า ไม่มีทางแน่นอน ถ้าคนๆ นั้นไม่มีที่นา 50-100 ไร่ ขึ้นไป และที่นาผืนนั้นต้องมีระบบชลประทานที่ดี สามารถทำนาได้ปีละ 4 ครั้ง ภาคอิสานจึงเป็นจุดอ่อนของการทำนาเพราะต้องรอฝนตกอย่างเดียว และปริมาณคนที่ทำนานั้นถือว่ามากพอสมควร
ข้าว เป็นอาหารและวัตถุดิบที่เลี้ยงคนไทยมานับร้อยปี แต่จนถึงวันนี้คนปลูกข้าวบางคนก็ยังไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้และผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นคนส่วนมากด้วย จนกลายเป็นภาระของประเทศและของรัฐบาลถึงขนาดต้องออกนโนบายเพื่อชาวนาโดยเฉพาะ ทำนานั้นเป็นอาชีพที่คนไทยทำกันเยอะแต่มีความอ่อนแอทางด้านการตลาดเป็นอย่างมาก ไม่มีอำนาจการต่อรอง ขาดความรู้ที่จะต่อยอด ทำให้ราคาข้าวนั้น ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แต่ปุ๋ยกลับขึ้นราคาได้ทุกปี ราคาน้ำมันทำไมขึ้นได้ขึ้นดี แต่ทำไมราคาข้าวถึงต่ำได้ทุกๅปี ทั้งๆที่ เวลาคนขาดน้ำมันยังอยู่ได้ แต่ถ้าขาดข้าวเมื่อไหร่แล้วจะรู้สึก จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่ง ชาวนามีความแข็งแรง สามารถรวมกลุ่มกันได้ มีอำนาจต่อรอง แล้วทำวิธีเดียวกับที่กลุ่มน้ำมันพืชทำเมื่อต้นปี จะเป็นไปได้ยังไงที่นำ้มันปาล์มขาดตลาด แต่น้ำมันถั่วเหลืองกลับไม่มีขายซะอย่างนั้น ถ้าชาวนาทำแบบนี้บ้างคนทั้งประเทศจะด่าชาวนาหรือเปล่า กักตุนข้าวสัก 6 เดือน หรือ 1 ปี แล้วคิดว่าใครจะเดือดร้อนมากที่สุด ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ พอน้ำมันพืชขึ้นราคาเป็น 47 บาท อยู่ๆในห้างฯ กลับมีน้ำมันพืชเรียงกันเป็นตับหลายสีเลย ถ้าครบ 7 สีคงกลายเป็นรุ้งไปแล้ว เห็นแล้วรู้สึกสงสารประเทศไทยจังเลย เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องปล่อยให้มันเกิดได้ยังไง ผลที่ตามมาคือ ร้านอาหารบ่นว่าต้นทุนเพิ่ม ทำให้ต้องขึ้นราคาอาหารอีก 5-10 บาท เป็นไงข้าวจานละ 40 บาท 45 บาท ถูกหน่อยก็ 35 บาท ซึ้งมั้ย? ก๊วยเตี๋ยวมีส่วนผสมของน้ำมันน้อยมาก แต่ เอาด้วยนะ ส้มตำไม่ต้องใช้น้ำมันพืชเลย “เฮ้ย! เราเอาด้วย” แล้วถ้าชาวนากักตุนข้าวแล้วขอราคาที่ตันละ 20,000-25,000 บาท คิดว่าราคาอาหารตามห้างจะเป็นเท่าไร?
การที่ชาวนาขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการตลาด รู้แต่วิธีการผลิต ทำให้ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ จนทำให้คนในเมืองมองว่าเป็นคนโง่ไปโดยปริยาย “คนไม่รู้ไม่ได้หมายความว่าโง่” คนโง่คือคนที่รู้ว่าไม่ดีแต่ก็ยังทำ เช่น รู้ว่าไฟมันร้อน แต่ยังเอามือไปจับ เป็นต้น วงการเกษตรกรรมจำเป็นอย่างมากที่ต้องอาศัยคนมีความรู้เข้ามาอุ้มชูให้มันก้าวหน้าไปมากกว่านี้ เลยต้องส่งลูกเรียนสูงๆ แต่พอเรียนจบกลับกลายเป็นว่าไม่อยากทำนา เข้าไปในเมืองทำงานกินเงินเดือนสบายกว่าเยอะ ฮ่ะ ฮ่า! จนแล้วจนรอดความรู้ก็ไม่มาถึงสักที ทำให้ชาวนาก็ยังทำนาแบบเดิมๆต่อไป โดนนายทุนขายปุ๋ยและสารเคมีแพงๆต่อไป และโดนนายทุนกดราคาข้าวรวยอยู่คนเดียวสบายแฮ….
ครอบครัวของผู้เขียนนั้น รายได้หลักไม่ได้มาจากการทำนา ทำนาเป็นเพียงทำเพื่อเก็บไว้รับประทานและแบ่งขายส่วนหนึ่งเท่านั้น และอีกอย่างก็ทำเพื่อให้เกิดกิจกรรมภายในครอบครัวทำให้ได้มีส่วนร่วม สร้างความสามัคคีภายในครอบครัว อันหลังนี้มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เพราะการทำกิจกรรมร่วมกันทำให้เกิดความรักและความผูกพันกันมากขึ้น เพราะเวลาเหนื่อยมันเหนื่อยจริงๆ นึกถึงทหารเวลาฝึกหนักยิ่งรักกันมาก เพราะความหิวและความเหน็ดเหนื่อยจะเผยธาตุแท้ของคนออกมาเอง คนจะรักกันก็ตอนนี้แหละ ผู้อ่านว่าจริงมั้ยครับ
เขียนมาซะยาวหลายย่อหน้าเลย วันนี้ก็มาบ่นๆให้เพื่อนๆผู้อ่านทุกท่านได้อัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เขียนไว้ และส่งท้ายด้วย Music Video แบบบ้านๆ ฝีมือการตัดต่อที่ ห่วยขั้นเทพ (ทำ Video Marketing ต้องฝึกการตัดต่อวิดีโอบ่อยๆ) เชิญชมได้เลยครับ และพบกับการบ่นความได้ใหม่คราวหน้านะครับ “ฮะโหล ไถนา U”
ขอขอบคุณพระเอกทั้งสองท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ตัวผู้เขียนอยู่หลังกล้องไม่มีโอกาสเข้ากล้องเลย ฮ่ะ ฮ่า…




ผมก็อยากเป็นชาวนา นะ มันเป็นความฝันอย่างนึง ทำไรทำนา อยู่ในไร่นา ดูข้าวสีเขียว สบายตา ลมพัดเย็น ๆ ชอบ ๆๆ
ไอ้ Ben10 บ่อเห็นซ่อยหยังเลย
ใช่ ๆๆ ไม่ได้ลูกชาวนา แต่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เคยคิดเล่น ๆ เหมือนกันว่า ทำไมชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ เมื่องไทยเราไม่รวยสักที ไม่เหมือนเมืองอื่น ๆ เลย อย่างที่ประเทศไหนมีบ่อน้ำมัน มีแหล่งแร่ เจ้าของก็จะร้วยรวย ทั้งที่ประเทศเราก็เป็นแหล่งเกษตรกรรมมาแต่ไหนแต่ไร แต่ชาวเกษตกรบ้านเรากลับจ้น จน งงมาก ว่าทำไม บางคนถึงกลับขายเรือกสวน ไร่ นา ให้กับนายทุน (ต่างชาติด้วย) สุดท้ายนายทุนก็ใช้เงินจ้างเรากลับมาทำสวน ทำไร่ ทำนา ของเราเอง เฮ้อ! แปลกดี แต่มันน่าสมเ_ชมั้ยอ่ะ
อันนี้เรื่องจริง เล่าให้ฟัง เพื่อนเราก็เป็นชาวสวน เงาะ ทุเรียน มังคุด แต่ก็ไม่เห็นมันจะรวยสักที ต้องกู้เงินมาเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าอุปกรณ์อยู่ทุกปี ขายผลผลิตก็ไม่ค่อยได้กำไร ตอนที่ราคาตก เคยเห็นพวกเกษตรอำเภอรับซื้อเงาะไป เพื่อช่วยชาวสวน ซื้อไปแล้วไปไหนล่ะ ก็เอาไปทิ้งกอง ๆ ไว้ในที่ที่ท้ายสำนักงาน กองโตเป็นภูเขาเหล่ากาเลย จนกลายเป็นขยะเน่าส่งกลิ่นเหม็นไปหมด ท้ายที่สุดก็โกยไปทิ้ง หรือทำปุ๋ยอะไรก็ว่ากันไป แต่เงินที่ไปรับซื้อมาล่ะ เงินจากไหน ก็เงินจากภาษีพวกเราประชาชนทุกคนนั่นแหละ วนไปวนมาเนอะ ก็หวังว่าจะมีทางเลือกหรือทางออกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่
อุ๊ยขอโทษที ลืมตัว บ่นซะเหมือนว่าเป็นชาวเกษตรซะเอง
ปีนี้ข้าวได้ราคาแพงครับ เห็นข่าวพ่อค้าคนกลางรับกักตุนข้าวกันแล้ว ชาวนาจะได้มีเงินกันเยอะๆ
ben10 ช่วยทำลายล้างครับ พี่หน่อง
นึกถึงเพลง สงสารชาวนา ของคาราบาว
http://www.youtube.com/watch?v=VtCAc5Vfiro
มานี มีตา
ยัง อีก เจ้าจ๋อ เจ้าโต เจ้าแก่
เพิ่งกลับมาจากบ้านครับ ที่บ้านดำนาเสร็จล่ะ เลยไม่ได้ช่วยเลย ปกติแค่หาบกล้าก็ตกคันนาแล้ว 555
ชอบ benten ครับ น่ารัก 5+
ที่บ้านผมก็ทำนา แต่ตัวผมเองไม่ไหวแล้วครับ จับเมาส์ จับคีย์บอร์ด ไปจับหางไถตอนนี้ยอมจริงๆ
ถ้าไม่มีชาวนาแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น… ทุกอาชีพสำคัญครับ
^^
อยากกลับบ้านเลย ^^
โย่ๆ นิกกี้ อย่าลืมไปงานแต่งผมนะครับ
ยอากเป็นชาวนาบ้างจัง